อาทิตย์. พ.ค. 31st, 2020

เส้นทางความสำเร็จ “ยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่” ขวัญใจคนใช้รถออโตเมติก สู่รถจักรยานยนต์ไฮบริด รุ่นแรก

ยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ เป็นหนึ่งในรถจักรยานยนต์ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าชาวไทยมาเป็นเวลากว่า 10 ปีนับตั้งแต่รุ่นแรกที่ส่งลงทำตลาดประเทศไทยในปี 2554 มาจนถึงรุ่นล่าสุดอย่าง ยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริด ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นรถจักรยานยนต์รุ่นแรกในประเทศไทยที่มาพร้อมเครื่องยนต์ไฮบริด ทั้งยังคงได้รับการตอบรับที่ดีเช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้านี้

หากจะไล่เรียงถึงความสำเร็จของ ยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ ต้องนับย้อนไปในปี 2554 ซึ่ง ยามาฮ่า ฟีลาโน่ ได้เปิดตัวและออกจำหน่ายในเมืองไทยอย่างเป็นทางการ ออกแบบด้วยดีไซน์สไตล์ยูโรเปี้ยน คลาสสิก ภายใต้คอนเซ็ปต์ Smart’n in Style โดยมีจุดเด่นที่ระบบหัวฉีดอัจฉริยะ YMJET_FI ในเครื่องยนต์ขนาด 115 ซีซี ที่ประหยัดน้ำมันสูงถึง 51 กิโลเมตร/ลิตร ผ่านการทดสอบ Mode ECE R40 มาตรฐาน สมอ. มาพร้อมกระบอกสูบ DiASiL ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษและเป็นลิขสิทธิ์ของยามาฮ่า แข็งแกร่ง ทนทาน และมีน้ำหนักเบา

รวมถึงหลอดไฟหน้าแบบฮาโลเจนที่สว่างชัดเจน ที่ได้รับการดีไซน์มาอย่างลงตัว ทั้งยังมีความพิเศษที่การออกแบบสวิทช์กุญแจที่ออกแบบให้สามารถควบคุมการเปิดเบาะ ฝาถังน้ำมัน และสามารถล็อกคอรถได้อย่างปลอดภัยในจุดเดียว พร้อมด้วยระบบชัตเตอร์คีย์ล็อก ที่สามารถป้องกันการโจรกรรมได้อย่างดี ส่งผลให้ ยามาฮ่า ฟีลาโน่ ได้รับความนิยมด้วยยอดขายกว่า 90,000 คัน เลยทีเดียว

จากความสำเร็จดังกล่าว ส่งผลให้ในเดือนตุลาคมปี 2557 ไทยยามาฮ่า ได้ต่อยอดด้วย ยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ นับเป็นการพลิกโฉมของวงการรถจักรยานยนต์ไทยอีกครั้ง ด้วยรูปลักษณ์ที่หรูหรายิ่งขึ้น มาพร้อมคอนเซปต์ ชีวิตมีคลาส สมาร์ทอย่างมีสไตล์ เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ พร้อมดึง 4 หนุ่ม getsunova มาเป็นผู้ถ่ายทอดความเป็น ยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ ได้อย่างลงตัว

โดย ยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ มาพร้อมเทคโนโลยีเครื่องยนต์ใหม่อย่าง BLUE CORE ขนาด 125 ซีซี. และกระบอกสูบแบบ DiASiL ที่พัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ผสานกับเทคโนโลยีหัวฉีดยุคใหม่ที่ให้ความประหยัดมากถึง 60 กิโลเมตร/ลิตร พร้อมกันนี้ยังเสริมด้วยฟีเจอร์ที่โดดเด่น อาทิเช่น เรือนไมล์ขนาดใหญ่ที่ผสมผสานระหว่างเรือนไมล์อนาล็อคและจอแสดงผล LED ระบบดิจิทัล

รวมถึง ดีไซน์ไฟหน้าและไฟท้ายที่สวยงามลงตัว มาพร้อมไฟ Day Light สองสว่างทั้งกลางวันและกลางคืน, กล่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่พร้อมหลอดไฟส่องสว่างด้วยหลอด LED, พักเท้าคนซ้อนแบบใหม่ One Push, แผงสวิตช์กุญแจพร้อมสวิทช์ปุ่มกดเติมน้ำมันหรือเปิดเบาะ และกุญแจรีโมทอัจฉริยะ Answer Back System ส่งสัญญาณบอกตำแหน่งรถและเปิดช่องกุญแจอัตโนมัติ ซึ่งยังคงได้การตอบรับเป็นอย่างดีด้วยยอดขายมากกว่า 196,000 คัน

ก่อนที่ ไทยยามาฮ่า จะสร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยด้วย ยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริด รถจักรยานยนต์ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ไฮบริดรุ่นแรกในประเทศไทย ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2561 ช่วงชิงความเป็นผู้นำในตลาดรถจักรยานยนต์ออโตเมติกในประเทศไทย ด้วยสมรรถนะที่ดียิ่งขึ้นทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ ๆ ครบครัน

เริ่มจากเครื่องยนต์ BLUE CORE ขนาด 125 ซีซี. ผสานการทำงานร่วมกับระบบไฮบริดที่มี Smart Motor Genertor (SMG) สร้างกระแสไฟส่งกลับไปเก็บที่แบตเตอรี่ในขณะที่เครื่องยนต์ทำงาน และรับกระแสไฟจากแบตเตอรี่กลับไปใช้งานในขณะที่ออกตัว เพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันมากขึ้นถึง 9% เสริมด้วยระบบ Stop & Start System ลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ทั้งยังช่วยลดการปล่อยค่าไอเสียให้น้อยลงกว่าเดิม

ทั้งยังโดดเด่นด้วยเรือนไมล์ที่มาพร้อมจอแสดงผลแบบ TFT แสดงค่าการทำงานของระบบไฮบริด, การวัดอัตราการสิ้นเปลือง, จอแสดงปริมาณเชื้อเพลิง และแสดงเวลาได้ตลอดเวลา รวมถึงไฟหน้าและไฟท้ายดีไซน์ใหม่ด้วยระบบ FULL-LED HEADLIGHT ส่องสว่างชัดเจนด้วยไฟ LED รวมถึงกล่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ถึง 27 ลิตร มาพร้อม MOBILE CHARGER สามารถชาร์ตมือถือได้ในขณะขับขี่ เติมเต็มความปลอดภัยด้วยระบบเบรก ABS และกุญแจอัจฉริยะ SMART KEY SYSTEM ใช้งานสะดวกด้วยสวิทช์เปิด/ปิด แบบ Multi Functions สามารถปลดล็อกสตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์, ปลดล็อกเบาะ และปลดล็อกฝาถังน้ำมันได้ในจุดเดียว ด้วยความพรีเมียมครบครันของ ยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริด ส่งผลให้ได้รับความนิยมจากลูกค้ายุคใหม่ ที่ชื่นชอบความคลาสสิกและล้ำสมัยในแบบฉบับของรถออโตเมติกระดับพรีเมียม

ด้วยความลงตัวทั้งในเรื่องของการออกแบบและดีไซน์ที่สวยงาม บวกกับสมรรถนะการใช้งานอันยอดเยี่ยมภายใต้เทคโนโลยีล้ำสมัย ที่ ยามาฮ่า ได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ส่งผลให้ ยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริด รวมถึงรุ่นก่อนหน้าอย่าง ยามาฮ่า ฟีลาโน่ และ ยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ มียอดขายสะสมมากกว่า 400,000 คัน ในช่วงเวลาเกือบทศวรรษท่ีผ่านมา และยังคงเดินหน้าเก็บยอดขายอย่างต่อเนื่อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *