จันทร์. ก.ค. 15th, 2019

‘เอส แอนด์ พี’ ร่วมกับ Pantip.com จัดกิจกรรมเวิร์กชอป

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ เว็บไซต์ Pantip.com จัดกิจกรรม “Happy Cooking Day ตอน Low Sodium Life is so Good” กิจกรรมเวิร์กชอปทำอาหารเพื่อสุขภาพเมนู Low Sodium สำหรับสมาชิก S&P Joy Card และสมาชิก Pantip.com โดยมี เกษสุดา ไรวา ประธานคณะกรรมการบริหาร พร้อมด้วย มณีสุดา ศิลาอ่อน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) และ พัฒน์ จิตธนากรนุกูร ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ (พันทิปดอทคอม) ร่วมกันจัดกิจกรรม พร้อมกันนี้ยังได้รับเกียรติจาก ระวีวรรณ ลาภพิเชษฐไพบูลย์ นักกำหนดอาหารวิชาชีพ ศูนย์โรคไต โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช และนักวิชาการเครือข่ายลดการบริโภคเค็ม และโยเกิร์ต – ณัฐฐชาช์ บุญประชม นักแสดงสาวผู้รักสุขภาพ ร่วมพูดคุยถึงเมนูอาหาร Low Sodium และเคล็ดลับการดูแลสุขภาพ ณ ห้องปฏิบัติการอาหาร ศูนย์การเรียน บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)

มณีสุดา ศิลาอ่อน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าเอส แอนด์ พี ได้ร่วมกับเว็บไซต์ Pantip.com จัดกิจกรรมเพื่อสมาชิก S&P Joy Card และสมาชิกห้องก้นครัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 แล้ว ในแต่ละปีกิจกรรมก็จะแตกต่างกันไป สำหรับปีนี้เรายังคงมุ่งเน้นเรื่องสุขภาพตามคำมั่นสัญญาของบริษัท ‘Healthier Family, Happier World’ จึงได้จัดกิจกรรมเวิร์กชอปทำอาหารเพื่อสุขภาพเมนู Low Sodium ที่เราคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดีที่นำมาปรุง เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีจากธรรมชาติ อย่าง เมนูข้าวคีนัวปลากะพงนึ่งสมุนไพร วัตถุดิบหลักเป็นปลากะพงจัมโบ้ ขนาดใหญ่ เนื้อแน่น หนา นุ่ม นำมานึ่งกับสมุนไพรในเวลาที่เหมาะสม ราดด้วยน้ำยำที่เน้นความสด สะอาด โดยยังคงรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ ทานกับข้าวสวยหอมมะลิผสมกับคีนัวที่ถือว่าเป็นซุปเปอร์ฟู้ด ดีต่อสุขภาพ และก๋วยเตี๋ยวต้มยำหมูคูโรบูตะ ที่นอกจากจะคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี เช่น หมูคูโรบูตะสไลด์และผักกรีนโอ๊คออร์แกนิค เรายังให้ความสำคัญกับน้ำซุปที่ได้จากผักและสมุนไพรไทย นำมาปรุงเป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำที่หอมมะนาวสด ถั่วลิสงคั่วสดใหม่ทุกวัน พริกผัด น้ำมันสดใหม่ รสชาติกลมกล่อม ไม่จัดจ้านมากและมีค่าโซเดียมที่ต่ำเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกค้า ซึ่ง 2 เมนูมีจำหน่ายที่ร้าน เอส แอนด์ พี สาขาในโรงพยาบาลจำนวน 18 แห่ง

ระวีวรรณ ลาภพิเชษฐไพบูลย์ นักกำหนดอาหารวิชาชีพ ศูนย์โรคไต โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช และนักวิชาการเครือข่ายลดการบริโภคเค็ม กล่าวถึงการบริโภคโซเดียมว่า โซเดียมคือ เกลือแร่ เป็นสารอาหารชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย โดยโซเดียมจะทำหน้าที่ควบคุมความสมดุลของเหลวในร่างกาย รักษาความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ ช่วยในการทำงานของประสาทและกล้ามเนื้อ (รวมถึงกล้ามเนื้อหัวใจด้วย) ตลอดจนการดูดซึมสารอาหารบางอย่างในไตและลำไส้เล็ก โซเดียมที่เราบริโภคกันเป็นประจำจะอยู่ในรูปของเกลือแกง น้ำปลา และเครื่องปรุงรสต่างๆ ซึ่งแหล่งของโซเดียมมีทั้งแบบที่มีรสเค็มและไม่มีรสเค็ม เช่น ผงชูรส ซอสเปรี้ยว ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ น้ำจิ้มสุกี้ จากการสำรวจพบว่าคนไทยกินเกลือที่มีอยู่ในอาหารและเครื่องปรุงรส โดยเฉลี่ยวันละประมาณ 7 กรัม หรือมากกว่าความต้องการของร่างกายอยู่ประมาณ 2 เท่า โดยปริมาณโซเดียมสูงสุดที่บริโภคแล้วไม่อันตราย คือ ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเกลือประมาณ 1 ช้อนชา และหากร่างกายได้รับปริมาณโซเดียมเกินความจำเป็นจะก่อให้เกิดโรคต่างๆ ตามมามากมาย

หากปรุงอาหารเอง ควรลดปริมาณเครื่องปรุงรสในอาหาร และควรตวงก่อนปรุงรสทุกครั้ง ใช้วัตถุดิบที่สดใหม่ โดยวัตถุดิบบางชนิดมีคุณสมบัติเหมือนเป็นผงชูรสตามธรรมชาติ เช่น มะเขือเทศ มันฝรั่ง เห็ด เนื้อปลาสดหรือน้ำต้มกระดูกสัตว์ ซึ่งช่วยชูรสชาติของอาหารได้ การใช้ส่วนผสมสมุนไพรและเครื่องเทศ สามารถช่วยแต่งกลิ่นและรสชาติของอาหารให้มีความกลมกล่อมได้ เช่น รสเปรี้ยวจากมะนาว รสเผ็ดจากพริก จะช่วยดึงรสเค็มขึ้นมาพร้อมกับยังช่วยให้เจริญอาหารอีกด้วย นอกจากนี้ อาจจะเพิ่มการรับประทานผักและผลไม้ เพื่อช่วยลดระดับโซเดียมในร่างกายได้

โยเกิร์ต – ณัฐฐชาช์ บุญประชม กล่าวถึงเคล็ดลับดูแลสุขภาพว่า การดูแลสุขภาพของตัวเองจะเน้นการพักผ่อนให้เพียงพอพยายามนอนให้ครบ 8 ชั่วโมงต่อวัน เน้นการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออาทิตย์ละ 5-6 วัน ส่วนเรื่องการรับประทานอาหาร ปกติจะเป็นคนทานเก่ง ในหนึ่งอาทิตย์จะเป็น Cheat Day 2 วัน เพื่อให้ตัวเองมีความสุข สร้างสมดุลให้ชีวิตแล้วจะมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

สำหรับผู้รักสุขภาพ แวะมาลิ้มลองเมนู Low Sodium หลากหลายเมนูได้ที่ร้าน เอส แอนด์ พี สาขาโรงพยาบาล 18 แห่ง ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *